FIC Vocaloid : Venomania [GakTo]

posted on 24 Sep 2012 12:13 by mavella
สะ...สวัสดีค่ะ ในที่สุดเอสก็ได้กลับถิ่นตัวเองอีกครั้งหลังจากไม่ได้มาอัพซะนานเป็นเดือน
 
ไหนๆก็ได้มาอัพบล็อกแล้วก็เลยนำฟิคที่คิดค้างไว้ตั้งแต่ม.ปลายจนถึงมหาลัยมาลง
 
เอ่อ...คือ...แบบว่า...ผิดพลาดประการใดก็ต้องขอประทานอภัยล่วงหน้านะคะ
 

Title : VENOMANIA

Author : Ace_mavella

Pairing : Gakupo-Kaito

Raiting : NC-18

 

‘เจ้าจะต้องชดใช้…ข้าจะกลับมาหาเจ้า…ทำให้เจ้าทรมานยิ่งกว่าที่ข้าเป็น! ไคโตะ!!’

           

เฮือก!!!

 

ร่างสูงสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับหยาดเหงื่อที่เกาะอยู่ตามใบหน้า ชายหนุ่มหอบหายใจถี่รัวก่อนที่ดวงตาสีน้ำเงินสวยจะสำรวจมองดูรอบๆ

 

…ห้องนอน…ของเขาเอง…

 

ชายหนุ่มถอนหายใจยาวและอีกเสียงหนึ่งที่ยังดังต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ เขาหันไปมองอีกบุคคลหนึ่งที่นอนอยู่ข้างกายเขา…บุคคลที่เขาตามหามาเป็นเวลาหลายปี

 

“มิคุ” เขาเรียกชื่อของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ยิ่งเมื่อนึกไปถึง ‘ช่วงนั้น’ มันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีมีดมาปักลงกลางหัวใจดวงนี้

 

ช่วงเวลาที่เธอหายไป…การตามหาเธอ…ชายคนนั้นที่พรากทุกสิ่งไปจากเขา…ตอนนี้เขาได้ช่วงชิงทุกสิ่งกลับคืนมาแล้ว…ช่วงชิงทุกสิ่งแม้กระทั่งลมหายใจของเจ้าปีศาจร้ายนั่น

 

เขาหันไปมองนาฬิกาที่แขวนไว้บนผนังกำแพง ทั้งเข็มสั้นและยาวชี้ไปที่เลขสิบสองเป็นการบ่งบอกว่าขึ้นวันใหม่แล้ว

 

“ครบหนึ่งปีแล้วสินะ” พึมพำเบาๆพร้อมกับพาตัวเองลุกจากเตียงนอนเดินไปยังระเบียง สายลมแผ่วเบาพัดผ่านทำให้เส้นผมสีน้ำเงินดูนุ่มสลวยพัดไหวเล็กน้อย เขาหลับตาลงฟังเสียงของลมที่พัดเข้ามา…แต่กลับต้องเบิกกว้างเมื่อมีเสียงอีกเสียงแทรกเข้ามา

 

เสียงที่เขาไม่อยากได้ยิน…เสียงของคนที่เขาใช้มีดฆ่าใครบางคนไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว

 

หัวใจที่สงบอยู่ค่อยๆเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แม้อากาศจะเย็นสบายแต่กลับมีเหงื่อซึมออกมาอย่างไร้สาเหตุ ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างราวกับเจอสิ่งที่น่ากลัวที่สุด…

 

“…โตะ…

 

ไม่…ข้าฆ่าเจ้าไปแล้ว…

 

“…ไค…โตะ…”

 

เจ้าไม่มีทางแก้แค้นข้าได้อีก…

 

“ไคโตะ!!!”

 

เฮือก!

 

เป็นอีกครั้งที่ร่างสูงสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับหันหลังกลับไปมอง เมื่อรู้ตัวว่าใครเป็นคนมายืนเรียกเขาปาวๆเขาก็ค่อยๆคลายสีหน้าลงเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแทน

 

“มิคุ นี่เจ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไร”

 

“ก็ตั้งแต่ที่ใครบางคนนอนฝันร้ายจนสะดุ้งตื่นนั่นแหละ” หญิงสาวเจ้าของเส้นผมสีเขียวยาวสลวยถอนหายใจยาวพลางเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มและใช้นิ้วเรียวงามแตะบนใบหน้าของชายหนุ่ม “นี่มันก็ปีหนึ่งแล้วนะ ข้าเห็นเจ้าสะดุ้งตื่นทุกวี่ทุกวันจนซูบผอมอย่างกับอิสตรี เจ้าปีศาจนั่นน่ะมันไม่มีอีกต่อไปแล้ว”

 

ไคโตะเหลือบมองมือเล็กที่ยังคงแตะบนแก้มของตนก่อนจะหันมามองหญิงสาวตรงหน้า เธอยิ้มให้กับเขา...ยิ้มที่เขาไม่ได้เห็นมานานแสนนาน

 

เพราะรอยยิ้มของเจ้า...ทำให้ข้าไม่ต้องเป็นบ้าเหมือนครั้งก่อนๆอีก

 

“ข้าไม่เป็นไรแล้ว เจ้าไปนอนเถอะ”

 

“อือ” เธอตอบสั้นๆง่ายๆก่อนจะหายตัวเข้าไปในห้องนอนตามเดิมทิ้งให้ชายหนุ่มยังคงยืนอยู่ตรงนั้น...จ้องมองบุคคลที่รักเดินลับหายเข้าไปข้างใน

 

ข้าไม่เข้าใจเลยมิคุ...ทั้งๆที่ข้าก็หาเจ้าเจอแล้ว...ทั้งๆที่ข้าก็ได้เห็นรอยยิ้มที่แสนสดใสของเจ้าแล้ว...แต่ทำไม...ข้าถึงได้รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไปกันนะ...

 

           

“ข้าไปทำงานก่อนนะ” ไคโตะเอ่ยกับภรรยาเหมือนกับวันที่ผ่านๆมา เขาไปทำงาน ส่วนมิคุก็จะคอยทำงานบ้านและทำกับข้าวอร่อยๆเตรียมไว้ให้เวลาที่เขาทำงานเหนื่อยๆกลับมา

 

“อือ แล้วข้าจะรอทำของโปรดให้ท่านทานนะ” ประโยคเดิมๆกับท่าทีเดิมๆแต่นั่นก็ทำให้ชายหนุ่มยิ้มออก 

 

เป็นเช่นนี้ทุกวัน...และวันนี้ก็จะเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง...

.

  

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

“มิคุ ข้ากลับมาแล้ว ขอโทษทีนะที่วันนี้กลับมาช้า...”

 

พลันเสียงทั้งหลายก็เงียบลงไปเสียดื้อๆ เหมือนมีบางสิ่งมากระซิบเบาๆข้างหูว่านี่มันไม่ถูกต้อง แม้ว่าของใช้ในบ้านยังคงอยู่ดีแต่บ้านที่มืดสนิทรวมทั้งความว่างเปล่าที่ไม่มีใครออกมาต้อนรับเหมือนอย่างเคยแบบนี้...

 

มันไม่ถูกต้อง!!

 

“มิคุ! เจ้าอยู่ไหนน่ะ!?” ชายหนุ่มตะโกนลั่นบ้านหากแต่ไม่มีเสียงหรือสิ่งใดตอบกลับมา รอยยิ้มที่มีเริ่มเหือดหายไปอีกครั้งกลายเป็นซีดเผือด หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกตัวเสียให้ได้ “มิคุ!!!”

 

ความกลัวแล่นวาบเข้าสู่หัวใจ เขาเริ่มกระวนกระวายตามหาบุคคลที่เขาเอ่ยชื่อไม่หยุดหย่อนทันที แต่แล้วบางสิ่งก็ทำให้เขาหยุดวิ่งพล่าน แสงอ่อนๆจากสวนหลังบ้าน มันทำให้ชายหนุ่มเริ่มคลายความวิตกกังวลไปบ้างเล็กน้อย...แต่มันก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น

 

เขาค่อยๆเดินเข้าไปหาแสงอ่อนๆด้วยขาที่สั่นเทาและพบว่าเบื้องหน้าเขามีโต๊ะไม้ที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายถูกปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด และยังมีจานข้าววางไว้เตรียมพร้อมเสร็จสรรพ และแสงสีอ่อนที่นำเขามายังสวนหลังบ้านนี้ก็คือแสงไฟจากดวงเทียนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโต๊ะนั่นเอง

 

ความวิตกกังวลหายไปในพริบตาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่ตนวิ่งพล่านตามหานั้นนั่งก้มหน้าอยู่ที่เก้าอี้ตรงโต๊ะอาหาร “นี่กะจะเซอร์ไพรส์กันหรือไง”

 

“...” ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ...และไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวทุกสิ่ง...

 

นิ่ง...นิ่งเกินไป...นิ่งเกินไปจนน่ากลัว!

 

“มิคุ?”

 

“...”

 

“มิคุ อย่ามาล้อเล่นกับข้านะ มันไม่ตลกเลยนะ”

 

“...”

 

“มิคุ!!!” คราวนี้เขาไม่ได้อยู่เฉยแต่กลับวิ่งเข้าไปเขย่าตัวหญิงสาวอย่างแรงชนิดที่ว่าแม้ร่างกายบอบบางจะหักก็ไม่สน จนกระทั่งเขาสังเกตเห็นบางสิ่งที่มุมปาก

 

อาจเป็นเพราะรอบข้างมันมืดและเขาอยู่ไกลถึงได้พึ่งเห็น...ของเหลวสีแดงสดไหลรินออกมาข้างริมฝีปากลงไปเปรอะเปื้อนกระโปรงสีเขียวฟ้าจนแดงฉาน

 

ใบหน้าที่มีสีสันกลับซีดเผือดลงในพริบตา มือทั้งสองข้างหยุดเขย่าและปล่อยมือออกจากไหล่เล็ก ดวงตาสีน้ำเงินยังคงเบิกกว้าง ขาอันสั่นเทาก้าวถอยหลังช้าๆราวกับไม่อยากจะอยู่ดูตรงนี้

 

ทำไมล่ะ? เพราะอะไรกัน?

 

“อยากรู้ไหมล่ะว่าเพราะอะไร”

 

!!!

 

เสียงนี้มัน!!!

 

“ไม่จริง!” ตะโกนพลางหันหลังกลับไปมองแต่กลับไม่มีใครยืนอยู่เลยซักคน ในหัวเต็มไปด้วยความงุนงง หวาดกลัว สับสนปนเปกันไปหมดจนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นดื้อๆ

 

“ถึงกับเข่าอ่อนเลยเหรอ”

 

“ไปให้พ้น!!!” ไคโตะยังคงตวาดลั่นแข่งกับเสียงที่ไ่ม่รู้ว่ามาจากทางไหน มือสองข้างกุมขมับตัวเองแน่นราวกับว่ากลัวหัวจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ “เจ้าตายไปแล้ว!! เจ้าตายแล้ว!!!”

 

“ถ้าข้าตายไปแล้ว แล้วทำไม...”

 

ไม่รู้เมื่อไรที่ใบหูรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มู เสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่กลับเชือดเฉือนไปถึงหัวใจ

 

“ทำไมข้าถึงมาอยู่ตรงหน้าเจ้าได้ล่ะ?”

 

แล้วภาพทั้งหมดก็กลายเป็นสีดำ

 

ดวงตาสีน้ำเงินลืมขึ้นช้าๆ ความรุ้สึกปวดหัวยังคงแล่นจี๊ดอยู่ในหัว ครั้งแรกนั้นยังคงมืดมิดแต่ซักพักสายตาก็เริ่มค้นเคยจนเริ่มมองเห็นได้ลางๆ...

 

ว่าที่นี่...ไม่ใช่ห้องของเขา!!!

 

พอขยับร่างกายก็ได้ยินเสียงเหล็กใกล้ๆ ไคโตะเหลือบมองไปยังข้อมือของตนจึงได้เห็นว่ามี กุญแจมือล็อกเขากับหัวเตียง

 

นี่มันอะไรกัน!?

 

ฟรึบ!

 

แล้วจู่ๆแสงไฟก็จุดสว่างขึ้นทำให้ไคโตะสามารถมองเห็นสิ่งรอบๆได้อย่างชัดเจน และอีกสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างคือชุดที่เขาใส่ในตอนนี้ มันไม่ใช่ชุดที่เขาใส่ในวันปกติ หากแต่กลับเป็น...ชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงินที่ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าใดเขาก็ยังไม่เคยลืม...

 

...ชุดสีน้ำเงินที่เปื้อนเลือดของเจ้าปีศาจนั่น!!!

 

“ปล่อยให้ข้ารอนานเสียเหลือเกินนะ”

 

!!!

 

ไคโตะหน้าซีดเผือดลงอีกครั้งเมื่อเสียงที่คอยตามหลอกหลอนมาตลอดดังขึ้น แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เสียงแต่กลับปรากฏร่างของชายหนุ่มที่มีผมสีม่วงยาวสลวยเดินเข้ามาภายในห้อง

 

เสียงหัวใจเริ่มเต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านอยู่บนเตียงกว้าง ริมฝีปากบางขยับเบาๆเหมือนอยากจะพูดอะไรบางสิ่งออกมาได้กลับไม่มีเสียงใดๆ

 

ชายหนุ่มเจ้าของผมสีม่วงสวยยิ้มกริ่มพลางเดินเข้ามาใกล้ร่างที่ยังคงนอนตัวสั่นอยู่บนเตียงก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างๆ ดวงตาสีม่วงเรียวทอดมองร่างในชุดกระโปรงสีน้ำเงินก่อนจะเหยียดรอยยิ้มกว้าง

 

“ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะ ไคโตะ”

 

“...กา...คุโป...” เสียงเรียกแผ่วเบากับคำสั้นๆทำให้เจ้าของชื่อถึงกับยิ้มกริ่ม ยิ่งเมื่อได้เห็นสีหน้าที่ทั้งซีดเผือดและดูหวาดกลัวแล้วมันยิ่งทำให้อยากจะหัวเราะออกมาเลยด้วยซ้ำ

 

“ข้านึกว่าเจ้าจะลืมชื่อข้าแล้วเสียอีกนะ” กาคุโปหัวเราะเบาๆ มือหนาแตะลงบนแก้มขาวเนียรอย่างแผ่วเบา “เป็นเกีรยติ์จริงๆที่เจ้ายังจำข้าได้อยู่ เป็นไง เซอร์ไพรส์ที่ข้าเตรียมไว้ให้ ถูกใจเจ้าไหม”

 

“หึ” ใบหน้านวลสะบัดหนีมือนั้นแทบจะทันทีที่มาสัมผัสแก้มตนอย่างรังเกียจ ดวงตาที่หวาดกลัวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอาฆาตรแค้นแทน “เจ้า...กลับมาได้ยังไง?”

 

“หืม?” กาคุโปยังคงยิ้ม เอียงคอเล็กน้อยเหมือนจะไม่เข้าใจกับคำถามที่ร่างบางถามมา

 

“ข้า...ข้าฆ่าเจ้าแล้ว...เจ้าตายไปแล้ว...”

 

ใช่แล้ว! เจ้าตายไปแล้ว เจ้าตายด้วยฝีมือข้า...

 

“หึหึหึ” ร่างสูงหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบกลับอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ใช่แล้ว ข้าตายไปแล้วด้วยฝีมือเจ้า แต่ว่านะ...”

 

พลันมือหนาก็กระชากเส้นผมสีน้ำเงินให้ใบหน้านั้นเงยขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะก้มลงมาขบกัดที่ลำคอขาวอย่างแรงจนไคโตะถึงกับร้องออกมา

 

“บังเอิญว่าข้ายังจัดการธุระไม่เสร็จ ก็เลยกลับมาสะสางสิ่งที่ทำค้างไว้ให้เสร็จซะ”

 

“อื้อ!!!!!!”

 

ริมฝีปากหนาบดขยี้ร่างข้างใต้ ลิ้นร้อนกระหวัดทั่วโพรงปากราวกับไม่อยากจะให้มีจุดไหนเล็ดลอดไปได้ ร่างข้างใต้แม้จะพยายามดิ้นรนหรือเบือนหน้าหนีก็ไม่สามารถที่จะสู้แรงคนตรงหน้าได้บวกกับข้อมือทั้งสองข้างที่ถูกล็อกไว้ความหวังที่มีจึงแทบจะกลายเป็นศูนย์

 

กึก!

 

“โอ๊ย!” กาคุโปร้องลั่นพร้อมกับผละใบหน้าออกห่างมาเล็กน้อย นิ้วชี้ข้างหนึ่งปาดไปที่มุมปากตัวเองก่อนจะเห็นของเหลวสีแดงแปะเปื้อนมาด้วย

 

ดวงตาสีม่วงฉายแววเย็นยะเยือกทันทีพร้อมกับมองไปยังร่างที่กำลังหอบหายใจอย่างหนัก ที่ริมฝีปากบางนั้นก็มีรอยเลือดติดอยู่ด้วยเช่นกัน

 

เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้น “ท่าทางเจ้าคงจะชอบแบบซาดิสต์สินะไคโตะ”

 

เอ่ยเสร็จมือหนาก็จัดการฉีกกระชากชุดกระโปรงสีน้ำเงินสวยอย่างไม่ใยดีเผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าขาวเนียรเสียยิ่งกว่าอิสตรี “มะ...ไม่! อย่านะ!!! อ๊ะ!”

 

มือหนาจัดการบดขยี้ยอดอกสีสวยอย่างไม่ใยดีทำให้ร่างข้างใต้แอ่นเกร็งบิดเร้าด้วยความทรมาน ดวงตาหวานรื้อไปด้วยหยาดน้ำตา

 

“มะ...ไม่...”ใบหน้าขาวผ่องหันไปอีกทางหากแต่กลับต้องหันมาอีกครั้งเมื่อกาคุโปใช้มือบีบคางให้หันกลับมา ดวงหน้าคมเข้มเหยียดรอยยิ้มเล็กน้อย

 

...สะใจ...แต่มันแค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น!!

 

เสียงรูดซิบทำให้ไคโตะถึงกับเบิกตากว้าง ร่างสูงเพรียวเริ่มดิ้นหนีอย่างบ้าคลั่งหากแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยแถมยังทำให้ข้อมือมีรอยช้ำเพิ่มอีก

 

“อ...อ๊าา!!”

 

ร่างสูงกรีดร้องลั้นเม่ือชายหนุ่มนำสิ่งที่ทั้งแข็งและร้อนรุ่มเข้าไปในช่องทางสีหวานนั้นโดยไม่มีการตระเตรียมอะไรให้ทั้งสิ้น เสียงบางสิ่งฉีกขาดจนของเหลวสีแดงเข้มไหลออกมาจากช่องทางนั้น เจ็บจนไคโตะต้องกุมมือตัวเองแน่น...แน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อพอให้เลือดซึมออกมา

 

“ไม่...เอามัน...เอามันออกไป! อ๊าาาาาา!!!”

 

เสียงร้องดังขึ้นกว่าเดิมเมื่อกาคุโปเริ่มขยับแก่นกายกระแทกเข้าไปอย่างแรง ไม่สนใจว่าเลือดนั้นจะไหลออกมาหรือเปล่า...ไม่สนใจว่าร่างข้างใต้นั้นจะกรีดร้องหรือน้ำตาอาบแก้มมากเพียงใด

 

จิตใต้สำนึกมีเพียงอย่างเดียวที่คอยกระซิบอยู่ข้างหูชายหนุ่ม...

 

...แก้แค้น...ทำลาย...บดขยี้...

 

“ขอ...ขอร้อง...อย่า...อ๊าาาาาาา”

 

การกระแทกครั้งสุดท้ายปลดปล่อยหยาดน้ำสีขาวขุ่นออกมาเปรอะเปื้อนหน้าท้องขาวเนียรนุ่มน่าสัมผัสและยังมีบางส่วนกระเด็นไปโดนใบหน้าคมเข้มของกาคุโป

 

ชายหนุ่มนำสิ่งนั้นออกก่อนจะลอบมองร่างข้างใต้ที่นอนหอบหายใจรวยระริน นิ้วชี้ปาดไปที่แก้มตนดูของเหลวสีขาวขุ่นที่ติดอยู่ที่นิ้วมือ

 

เพี๊ยะ!

 

ร่างบางหันไปตามแรงตบของร่างสูง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก มือแกร่งบีบคางมนให้เผยอออกก่อนจะกดจูบลงไปราวกับอยากจะรับรสเลือดของร่างบางนี้

 

“ใครสั่งให้เจ้าเสร็จกัน”

 

“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากริมฝีปากเรียวสวย ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับกาคุโปไม่ใช่น้อย

 

“ข้าสั่งให้เจ้าตอบ!!” ร่างสูงตะคอกใส่พร้อมกับกระชากเส้นผมสีน้ำเงินให้แหงนหน้ามองดูตนก่อนจะพบบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ดวงตาสีน้ำเงินสวยบัดนี้ดูไร้ชีวิตชีวาประหนึ่งเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิตตัวหนึ่ง

 

กาคุโปยังคงจ้องมองดวงตาคู่นั้นพร้อมกับเหยียดยิ้ม ก้มลงจุมพิตอย่างแผ่วเบาพร้อมกระซิบข้างหูนั้นว่า

 

“นั่นสินะ ข้าลืมไปเลยว่าเจ้าเป็นตุ๊กตา ตุ๊กตามันพูดไม่ได้อยู่แล้ว หึๆ”

 

FIN(?)

____________________________________________________________

ตอนนี้ทุกคนจะเห็นตัวไรเตอร์อยู่แถวๆเส้นของฟ้านู่นนนนนนนนนน
 
(ก็ระหว่างที่พวกท่านอ่านข้าน้อยก็วิ่งไปไกลสุดขอบโลกแล้ว)
 
แบบว่าๆๆๆๆๆๆ ใครแฟนคลับมิคุคงอยากจะเฉือนเราทิ้งแล้วสินะๆๆๆ
 
ที่เขียนเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แต่มันแบบว่า...ฟังจบแล้วมันน่าจะมีตอนต่อเนาะ(หรือมันมีจริงๆหว่า)
 
ช่างเหอะ เอาเป็นว่าเราอยากเขียนละกัน กร้ากกกกกก
 
ส่วนเรื่องฉากเรทนั้น...ถ้าคิดว่ามันสั้นก็...นะ มีปัญญาเขียนได้แค่นี้แล
 
กว่าเรื่องนี้จะคลอดมาได้เกือบจะได้เป็นโรคโลหิตจาง เสียเลือดมากเกินไป
 
คราวหน้าถ้าเอสยังว่างจะพยายามมาลงเรื่องใหม่นะก๊ะTwT